
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 พ.ย. ร.ต.อ.อุดม โกยเก็บ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถบรรทุกดินสิบล้อพุ่งชนและทับรถจักรยานยนต์ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บบริเวณแยกไฟแดงเซนต์ปอล ถนนสุขุมวิทฝั่งขาออกมาจากเส้นทางถนนสายเก้ากิโล อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรุดเดินทางไปร่วมตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต คือ น.ส.ศุจินธร แซ่ลี อายุ 20 ปี สภาพมีแผลฉีกขาดฉกรรจ์หลายแห่งนอนคว่ำหน้าจมเลือดไหลนองอยู่กับพื้นบริเวณล้อหลังฝั่งซ้ายรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน 81-1240 อุทัยธานี ที่จอดขวางถนนฝั่งขาเข้าพัทยาอยู่เกือบเต็มเลน ซึ่งมีนายบุญยืน เกษตรกิจ อายุ 48 ปี คนขับยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 S สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน กพบ-212 ตาก ล้มคว่ำอยู่ สภาพด้านท้ายพังเสียหายยับจนท่อไอเสียขาดหลุดออกมา

ในที่เกิดเหตุยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายทราบชื่อ คือ น.ส.บรรณวิทิ แซ่ลี อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวผู้เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยร้องไห้ลั่นแทบใจจะขาดกอดศพพี่สาวด้วยความโศกเศร้า เป็นภาพสุดสลด จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปห้ามและพยายามปลอบโยนโดยหน่วยกู้ภัยได้ให้การปฐมพยาบาลแล้วช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ทำการรักษาบาดแผลไปก่อน

สอบถามนายบุญยืน คนขับรถสิบล้อ ให้การว่า ขณะที่ตนวิ่งรถเปล่าเตรียมเข้าไปขนดินในเขตก่อสร้างกลางเมืองศรีราชานั้น พอมาถึงไฟแดงที่เกิดเหตุ ตนได้จอดเลนขวาเพื่อรอสัญญาณไฟเขียว เพื่อให้รถทางฝั่งซ้ายสามารถเลี้ยวผ่านไปได้โดยสะดวก และก่อนจะสัญญาณไฟเขียว ตนได้มองที่กระจกหลังทางด้านซ้ายเห็นรถจักรยานยนต์ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจอดอยู่ด้านหลัง พอไฟเขียวก็ได้ขับออกตัวปกติแต่ได้ยินเสียงโครม จึงหันไปดูกระจกมองหลังทางด้านซ้ายอีกรอบ ก็เห็นรถเก๋งจำสียี่ห้อไม่ได้ขับแซงซ้ายขึ้นมาแล้วเฉี่ยวจนจักรยานยนต์เสียการทรงตัวก่อนจะล้มลงแล้วมุดเข้าไปใต้ท้องรถช่วงล้อหลังฝั่งซ้าย
ตนจึงรีบหยุดรถและลงมาดู พบว่ามีคนถูกล้อรถบรรทุกสิบล้อของตนทับร่างเสียชีวิตไปแล้ว จึงรู้สึกตกใจและทำอะไรไม่ถูก จึงได้ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มอบศพให้หน่วยกู้ภัยส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง พร้อมเชิญตัวคนขับสิบล้อไปสอบสวนเพิ่มเติม และจะได้ไปสอบสวนน้องสาวผู้เสียชีวิต ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และสอบสวนพยานแวดล้อมอีกครั้งเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินคดีต่อไป
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_96403

